Category Archives: General Science Info

ลิงก์เรื่องการสังเคราะห์คลิปภาพยนต์และเสียงด้วย AI (ข่าวปลอม, DeepFakes)

วันนี้ผมบันทึกเสียงสั้นๆวิทยาศาสตร์ทั่วไปในรายการ Sci & Tech ที่วิทยุไทยพีบีเอสเรื่องการสังเคราะห์ภาพยนต์และเสียงด้วย AI เลยเอาสรุปและลิงก์ที่ผู้สนใจเข้าไปดูเพิ่มเติมมารวมไว้ที่นี่ครับ

สรุปคือ:

  1. เดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีเปลี่ยนหน้าคนในวิดีโอ และเปลี่ยนเสียงให้เหมือนใครก็ได้ โดยที่คนส่วนใหญ่ดูหรือฟังไม่รู้ว่าเป็นคลิปที่ถูกสร้างขึ้น
  2. ที่ผ่านมาเทคโนโลยีอย่างนี้ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการแต่งภาพและสังเคราะห์เสียง ใช้สร้างภาพยนต์ที่นักแสดงเสียชีวิตไปแล้วหรือเพื่อลดวัยของนักแสดง (เช่น Forrest Gump, The Fast and the Furious 7, Rogue One: A Star Wars Story, ฯลฯ) ต้องลงทุนด้วยเงินและเวลาเป็นจำนวนมาก
  3. ในเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา งานวิจัยด้าน AI เรียนรู้วิธีการแต่งภาพหน้าและสังเคราะห์เสียงจากตัวอย่างภาพและเสียงจนสามารถทำงานได้อัตโนมัติ ไม่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญหรือทุนสูงๆ มีโปรแกรมสำเร็จรูปให้ดาวน์โหลดไปใช้ที่บ้าน
  4. โปรแกรมพวกนี้ทำงานโดยเอาตัวอย่างภาพหน้าคนมาสร้างแบบจำลองสามมิติเพื่อวาดทับไปบนหน้าคนอื่น สร้างแบบจำลองการขยับปากให้เข้ากับเสียงต้องการให้พูด เอาตัวอย่างเสียงมาสังเคราะห์ให้พูดเป็นคำต่างๆแต่มีลักษณะเหมือนผู้พูดต้นฉบับ
  5. เทคโนโลยีนี้มีประโยชน์ในการทำให้คอมพิวเตอร์ติดต่อกับคนด้วยเสียงเป็นธรรมชาติ สามารถสร้างนักอ่านข่าวสังเคราะห์ที่อ่านข่าวเป็นธรรมชาติ สร้างครูสังเคราะห์ในการสอน สร้างตัวละครต่างๆในภาพยนต์
  6. เริ่มมีการใช้เทคโนโลยีนี้ประกอบอาชญากรรม เช่นปลอมเสียงให้โอนเงิน เปลี่ยนหน้าคนในคลิปอนาจาร สร้างคลิปใส่ร้ายคู่แข่งการเมือง ฯลฯ
  7. ประชาชนและสื่อควรตระหนักว่าสิ่งที่เห็นและได้ยินอาจเชื่อไม่ได้เสมอ ควรตรวจสอบให้ละเอียดมากขึ้น สื่อต่างๆควรจะคัดกรองการแพร่กระจายของสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นการปลอมแปลงเพื่ออาชญากรรมหรือไม่
  8. มีการวิจัยเทคโนโลยีตรวจสอบว่าคลิปถูกปลอมแปลงมาหรือไม่ ความสามารถเก่งกว่าคนส่วนใหญ่ แต่ทางฝ่ายปลอมแปลงก็พัฒนามากขึ้น เป็นการแข่งกันสองฝ่าย

ลิงก์น่าสนใจ:

ตัวอย่างคลิปต่างๆที่ r/GifFakes และ r/SFWdeepfakes

ซอฟท์แวร์ DeepFaceLab สำหรับเปลี่ยนหน้าคนในวิดีโอ

งานศิลปะ อ่านบทกวีด้วยหน้าและเสียงดาราดังต่างๆ:

ข่าวสรุปจาก CNN: When seeing is no longer believing

Google และ Facebook จะต่อสู้กับคลิปปลอมได้ไหม/อย่างไร:

นักวิจัยเชื้อชาติไทยคุยเรื่องนี้ที่ TED:

ปัญหาวิดีโอปลอมต่อสังคม:

ตัวอย่างงานวิจัยตรวจจับวิดีโอที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมา:

ลิงก์เรื่องการอยู่กับภัยธรรมชาติในญี่ปุ่น

วันนี้ผมบันทึกเสียงสั้นๆวิทยาศาสตร์ทั่วไปในรายการ Sci & Tech ที่วิทยุไทยพีบีเอสเรื่องการอยู่กับภัยธรรมชาติในญี่ปุ่น เลยเอาสรุปและลิงก์ที่ผู้สนใจเข้าไปดูเพิ่มเติมมารวมไว้ที่นี่ครับ

สรุปคือ:

  1. ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีภัยธรรมชาติจำนวนมากเพราะเป็นเกาะกลางทะเลในบริเวณที่เปลือกโลกชนกันอยู่ มีภูเขาไฟมากกว่าร้อยลูก มีแผ่นดินไหวประมาณ 20% ของโลก มีพายุเข้าปีละเป็นสิบลูก
  2. เขาเรียนรู้จากประสบการณ์ที่สะสมมา ฝึกประชาชนตั้งแต่เด็กให้รู้จักและเข้าใจว่าต้องทำอะไรในสถานการณ์ต่างๆ มีความรับผิดชอบในหน้าที่ส่วนบุคคลและต่อส่วนรวม
  3. มีระบบเตือนภัยต่างๆเช่นสถานีวัดความสั่นสะเทือนแผ่นดินกว่า 4,000 สถานีที่สามารถส่งคำเตือนให้ประชาชนปฏิบัติตามที่ฝึกมา หรือส่งข้อมูลให้หยุดรถไฟต่างๆที่เสี่ยงต่อแผ่นดินไหว (เนื่องจากยังไม่สามารถทำนายแผ่นดินไหวได้ จึงได้แต่ส่งคำเตือนล่วงหน้าไม่กี่วินาที่จนถึงไม่กี่สิบวินาที่ก่อนที่การไหวรุนแรงจะตามมาจากการเริ่มไหว) มีระบบติดตามพายุต่างๆด้วยดาวเทียมที่ทำงานร่วมกับนานาชาติเพื่อทำนายทิศทาง ความเร็วลม ปริมาณน้ำฝน ข้อมูลเตือนต่างๆเข้าถึงได้ง่ายผ่าน twitter และ app ของรัฐบาล
  4. มีมาตรฐานการก่อสร้างสิ่งก่อสร้าง ถนน และผังเมืองที่ออกแบบมาเพื่อรองรับภัยธรรมชาติต่างๆ เคร่งครัดในการบังคับใช้
  5. มีการวิจัยและพัฒนาเพื่อลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติ เช่นเจาะชั้นดินดูการทับถมของทรายและโคลนเพื่อดูประวัติและขนาดสึนามิในอดีต มีการวิจัยธรรมชาติของแผ่นดินไหวและการขยับของเปลือกโลก ประดิษฐ์อุโมงค์ยักษ์ที่ทำหน้าที่เหมือนแม่น้ำใต้ดินลงไป 50 เมตรเพื่อช่วยระบายน้ำจากในเมืองออกทะเลให้เร็วขึ้น ฯลฯ

ลิงก์ที่น่าสนใจ:

วัฒนธรรมสู้ภัยธรรมชาติในญี่ปุ่น:

เรียนรู้ประวัติสินามิในอดีตจากชั้นดินและหินในฝั่ง:

อุโมงค์ยักษ์ใต้ดินระบายน้ำ (ดูภาพสวยๆที่นี่):

กันน้ำท่วมรถไฟใต้ดินด้วยดาวเทียม:

เรื่องภัยจากภาวะโลกร้อนโดยอาจารย์ธรณ์:

เว็บดูพายุต่างๆโดย NOAA

ลิงก์เรื่องการขาดแคลนน้ำจืด

วันนี้ผมบันทึกเสียงสั้นๆวิทยาศาสตร์ทั่วไปในรายการ Sci & Tech ที่วิทยุไทยพีบีเอสเรื่องการขาดแคลนน้ำจืด เลยเอาสรุปและลิงก์ที่ผู้สนใจเข้าไปดูเพิ่มเติมมารวมไว้ที่นี่ครับ

สรุปคือ:

  1. แม้ว่าผิวโลกจะถูกปกคลุมด้วยน้ำถึงประมาณ 2/3 หรือ 70% แต่ปริมาณน้ำจริงๆไม่ได้มากมายอะไรเมื่อเทียบกับขนาดโลก มหาสมุทรมีความลึกเฉลี่ย 4 กิโลเมตร (ลึกสุดประมาณ 10 กิโลเมตร) ถ้าจำลองลูกโลกให้มีเป็นลูกกลมๆสูงเท่าๆกับคน มหาสมุทรจะลึกแค่ไม่ถึง 1 มิลลิเมตร
  2. น้ำ 97% เป็นน้ำเค็ม 2% เป็นน้ำแข็ง 1%เป็นน้ำจืดที่คน พืช สัตว์บกใช้ในการดำรงชีวิต
  3. จำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้น มาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และฤดูกาลที่แปรปรวนจากภาวะโลกร้อนทำให้หลายๆแห่งบนโลกขาดแคลนน้ำจืด ในประเทศไทยยังไม่รุนแรงแต่เราไม่ควรประมาท
  4. น้ำจืดส่วนใหญ่ใช้ในการเกษตรกรรมปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ประมาณ 70% (ที่เหลือคือใช้ดื่ม ทำอาหาร ทำความสะอาด 10% ใช้ในอุตสาหกรรมพลังงาน 10% ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ 10%)
  5. ถ้าพัฒนาเกษตรกรรมให้มีประสิทธิภาพสูงจะแก้ปัญหาน้ำจืดไปได้มาก พัฒนาโดยการคัดเลือกพันธุ์พืชที่ใช้น้ำน้อย หรือเติบโตด้วยน้ำกร่อยน้ำเค็มได้ และทำการเกษตรใช้น้ำหยดอย่างที่หลายๆประเทศเช่นอิสราเอลทำ
  6. น้ำเสียน้ำทิ้งรวมถึงขยะเปียกสามารถจัดการแยกน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้ด้วยหลายๆวิธีเช่นให้ดินและทรายช่วยกรอง หรือป้อนเข้าสู่โรงไฟฟ้าเผาขยะกลั่นน้ำและสร้างวัสดุก่อสร้างจากซาก หรือใช้พืชต่างๆช่วยกรองเช่นที่โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
  7. การสร้างแหล่งเก็บน้ำขนาดเล็กกระจายทั่วไปก็ช่วยกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้และเติมระดับน้ำบาดาลใต้ดิน
  8. ลดการกินสัตว์ กินพืชให้มากขึ้นก็เป็นสิ่งที่แต่ละคนทำได้และมีผลกับการใช้น้ำจืดในเกษตรอุตสาหกรรม
  9. มีเทคโนโลยีเปลี่ยนน้ำเค็มเป็นน้ำจืด (อิสราเอล สิงคโปร์ สหรัฐใช้ในเชิงอุตสาหกรรมแล้ว) หลักการจะเหมือนเครื่องกรองน้ำ RO ตามบ้าน แต่ใหญ่ขึ้นเป็นโรงงาน กรณีที่ดีสุดตามทฤษฎี(ด้วยวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่)ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างน้อยประมาณ 1 กิโลวัตต์ชั่วโมงเพื่อสร้างน้ำจืด 1 ลูกบาศก์เมตร แต่เมื่อทำจริงๆใช้ประมาณ 3-5 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อน้ำจืด 1 ลูกบาศก์เมตร ถ้าใช้พลังงานหมุนเวียนเช่นจากแสงอาทิตย์เพื่อการนี้ได้จะดีมาก

ลิงก์ที่น่าสนใจ:

โครงการแหลมผักเบี้ยบำบัดน้ำเสีย:

การสูบน้ำบาดาลมาใช้มากๆทำให้แผ่นดินทรุด เช่นที่เมืองเม็กซิโกซิตี้:

ตัวอย่างวิธีเติมน้ำใต้ดิน (แต่จริงๆอาจจะไม่ต้องทำแบบนี้เพราะผลลัพธ์อาจไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายและค่าดูแลรักษา):

ตัวอย่างโรงงานไฟฟ้าขยะที่สร้างน้ำจืดและวัสดุก่อสร้าง:

อีกตัวอย่างโรงงานสร้างน้ำจืดจากขยะครับ:

มูลนิธิ Solar Impulse ที่เกี่ยวกับเรื่องขาดแคลนน้ำ

สรุปปัญหาเรื่องน้ำจืดน้ำสะอาด

วิธีที่อิสราเอลจัดการเรื่องขาดแคลนน้ำ

วิธีที่สิงคโปรจัดการเรื่องขาดแคลนน้ำ

ตัวอย่างวิธีทำน้ำเค็มให้เป็นน้ำจืดแบบต่างๆ

สไลด์ที่หน่วยงานความมั่นคงสหรัฐทำเกี่ยวกับเรื่องนี้