Category Archives: General Science Info

ไฟฟ้าสถิตหน้าหนาว

วันนี้ผมบันทึกเสียงสั้นๆวิทยาศาสตร์ทั่วไปในรายการ Sci & Tech ที่วิทยุไทยพีบีเอสเรื่องไฟฟ้าสถิตหน้าหนาว เลยเอาสรุปและลิงก์ที่ผู้สนใจเข้าไปดูเพิ่มเติมมารวมไว้ที่นี่ครับ

สรุปคือ:

  1. หน้าหนาวเรามักจะโดนไฟฟ้าสถิตช็อตเมื่อร่างกายไปแตะสิ่งต่างๆหรือแม้แต่คนอื่น สาเหตุสำคัญก็เพราะอาการหน้าหนาวมีอุณหภูมิต่ำและแห้งกว่าฤดูอื่นๆ (ดังนั้นในห้องแอร์เราก็โดนช็อตบ่อยเพราะอุณหภูมิต่ำและอากาศแห้งเหมือนกัน)
  2. ไฟฟ้าสถิตช็อตได้เพราะร่างกายเราสะสมประจุไฟฟ้าส่วนเกินจนมีความต่างศักย์เป็นหมื่นโวลท์เมื่อเทียบกับสิ่งต่างๆรอบๆตัว
  3. เราสะสมประจุไฟฟ้าส่วนเกินจากการเสียดสีกับสิ่งรอบตัว เมื่อเราเอาวัสดุที่สองชนิดมาแตะหรือถูกัน จะมีประจุไฟฟ้าถ่ายเทระหว่างวัตถุ (เรียกว่า Triboelectric effect) ดังนั้นเมื่อเราไปเสียดสีกับสิ่งแวดล้อม เราก็มีประจุไฟฟ้าเพิ่มขึ้นได้
  4. วิธีลดโอกาสโดนไฟฟ้าสถิตช็อตก็สามารถแก้ที่สาเหตุทั้งสามข้างต้น
  5. (แก้ข้อ 1) ถ้าเราเพิ่มความชื้นในอากาศรอบๆตัวได้ เช่นเปิดให้อากาศข้างนอกมาผสมกับอากาศห้องแอร์บ้าง ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ (humidifier) หรือทาโลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นที่ผิว ความชื้นที่เพิ่มขึ้นจะนำประจุไฟฟ้าออกไปจากร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ไม่สะสมจนความต่างศักย์สูงมากจนช็อต (แต่การผสมอากาศหรือเพิ่มความชื้นก็ทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้น เสียค่าไฟเพิ่มขึ้น)
  6. (แก้ข้อ 2) ถ้าเราหาทางให้ประจุไฟฟ้าไหลไปจากร่างกายเราแบบค่อยเป็นค่อยไปเราก็จะไม่สะสมประจุมากจนช็อต วิธีที่ทำได้ง่ายๆคือเอามือแตะผนังปูนสัก 5 วินาที (ผนังมีความชื้นอยู่บ้างและมีโครงเหล็ก สามารถนำไฟฟ้าลงไปที่ดินได้บ้าง) ก่อนจะก้าวลงจากรถให้ใช้มือจับตัวถังรถก่อนเพื่อให้ประจุที่เกิดจากการขยับตัวไปมาเสียดสีกับเบาะแบ่งไปที่ตัวถังรถด้วยจะได้ไม่มีความต่างศักย์สูงๆ หรือจับกุญแจโลหะไปแตะกับสิ่งอื่นๆและให้ไฟช็อตโลหะแทนมือเรา เราจะเห็นหลักการนี้ถ้าเราสังเกตุรถเข็นโลหะตามซูเปอร์มาเก็ตหลายแห่ง หรือตามรถบรรทุกน้ำมันจะมีโซ่โลหะห้อยลงมาใกล้ๆพื้น ประจุไฟฟ้าจะได้ถ่ายเทลงพื้นได้ง่ายๆลดโอกาสสะสมประจุ
  7. (แก้ข้อ 3) เลือกวัสดุแต่งตัวที่ไม่ถ่ายเทประจุมากกับสภาพแวดล้อม (ต้องดูตาราง Triboelectric series) เช่นใส่เสื้อผ้าฝ้ายจะลดโอกาสช็อตกว่าใส่เสื้อผ้าใยสังเคราะห์จากพลาสติก เวลาเดินไม่ควรเดินลากขาเพราะมีการเสียดสีมากกว่าเดินเป็นก้าวๆ เป็นต้น

ลิงก์น่าสนใจ:

ความรู้เบื้องต้นว่าไฟฟ้าสถิตและการช็อตมาได้อย่างไร:

ตารางวัสดุว่าอะไรถูกับอะไรแล้วมีไฟฟ้าสถิตมากน้อย (triboelectric series):

ลิงก์ที่ 1

ลิงก์ที่ 2

รายการรู้เท่ารู้ทันที่ ThaiPBS:

ความรู้เบื้องต้นเรื่องจีเอมโอ (GMO)

วันนี้ผมบันทึกเสียงสั้นๆวิทยาศาสตร์ทั่วไปในรายการ Sci & Tech ที่วิทยุไทยพีบีเอสเรื่อง GMO เลยเอาสรุปและลิงก์ที่ผู้สนใจเข้าไปดูเพิ่มเติมมารวมไว้ที่นี่ครับ

สรุปคือ:

  1. GMO ย่อมาจาก Genetically Modified Organism หรือสิ่งมีชีวิตที่ถูกมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรม
  2. จริงๆมนุษย์ดัดแปลงพันธุกรรมโดยการคัดเลือกพันธุ์พืชและสัตว์ต่างๆมาเป็นหมื่นปีแล้ว ทำโดยการเอาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่มีลักษณะที่ต้องการมาแพร่พันธุ์ พืชอาหารและสัตว์เลี้ยงในยุคปัจจุบันถูกมนุษย์คัดเลือกพันธุ์ทั้งสิ้น
  3. เมื่อมนุษย์มีความรู้ว่าพันธุกรรมทำงานอย่างไรมากขึ้น ก็คิดใช้วิธีต่างๆดัดแปลงพันธุกรรมให้สิ่งมีชีวิตมีลักษณะที่ต้องการโดยตรง เช่นการฉายรังสีเอ็กซ์ให้กลายพันธุ์แล้วลองเพาะ, การเอาพันธุกรรมสิ่งมีชีวิตต่างชนิดไปใส่ให้กับอีกชนิดหนึ่ง, การเปิดปิดการทำงานของพันธุกรรมบางส่วนในสิ่งมีชีวิต สิ่งมีชีวิตที่มนุษย์ดัดแปลงแบบนี้ (ที่ไม่ใช่การคัดเลือกพ่อพันธุ์แม่พันธุ์) เรียกว่า GMO
  4. มนุษย์สร้างและใช้ GMO มากว่า 50 ปี มีการดัดแปลงแบคทีเรีย/เห็ดรา/ยีสต์ให้สร้างอาหาร เครื่องดื่ม เอ็นไซม์ สารเคมีต่างๆ ยา เชื้อเพลิง ยาฆ่าแมลงและวัชพืชหลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีการดัดแปลงไวรัสให้ไปช่วยดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคพันธุกรรมบางชนิดด้วย
  5. พืช GMO ก็มีหลายชนิด ส่วนใหญ่ออกแบบให้ทนแมลงและยากำจัดศัตรูพืช ที่เรากินกันทุกวันก็เช่นถั่วเหลือง มะละกอ ข้าวโพด มันฝรั่ง มะเขือเทศ
  6. มีความกังวลว่ากินพืช GMO แล้วจะมีผลเสียต่างๆ แต่การสังเกตเก็บข้อมูลที่ผ่านมา 30 ปี ไม่พบว่ามีผลเสียต่างจากพืชที่ไม่ใช่ GMO ควรไปกังวลเรื่องโทษที่เกิดจากการกินมากไปแล้วเกิดโรคจากความอ้วน (ไม่เกี่ยวกับ GMO หรือไม่ใช่ GMO) หรือสภาพแวดล้อมพวกบุหรี่ ฝุ่น ไอเสีย และแอลกอฮอล มากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อมี GMO ใหม่ๆก็ต้องมีการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวดเสมอ
  7. สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเช่นความแห้งแล้ง น้ำท่วม น้ำเค็ม อาจทำให้พันธุ์พืชที่เราเพาะปลูกมีผลผลิตลดลง สมควรที่จะวิจัยหาพันธุ์พืชใหม่ๆมาแก้ปัญหาเหล่านี้ ดังเช่นหลายๆประเทศที่คิดค้นพืชทนแล้ง ทนน้ำ ทนน้ำเค็ม เทคนิคด้าน GMO น่าจะมีประโยชน์มากในเรื่องนี้
  8. ในอนาคต มนุษยชาติอาจต้องการ GMO หลายชนิดเพื่อแก้ปัญหาสำคัญต่างๆ เช่นดึงคาร์บอนไดออกไซด์ไปเก็บเพื่อแก้ปัญหาโรคร้อน ย่อยสลายขยะพลาสติก สังเคราะห์อาหารคุณภาพสูงปริมาณมากราคาถูก เพาะปลูกโดยไม่ทำลายพื้นที่ป่า รักษาโรคต่างๆ ฯลฯ

ลิงก์แนะนำ:

ดูแหล่งอ้างอิงใต้วิดีโอ

ลิงก์เรื่องอาหารเสริม

วันนี้ผมบันทึกเสียงสั้นๆวิทยาศาสตร์ทั่วไปในรายการ Sci & Tech ที่วิทยุไทยพีบีเอสเรื่องอาหารเสริม เลยเอาสรุปและลิงก์ที่ผู้สนใจเข้าไปดูเพิ่มเติมมารวมไว้ที่นี่ครับ

สรุปคือ:

  1. สรรพคุณที่ประกาศเกี่ยวกับอาหารเสริมมักจะเกินความจริงไปมาก ไม่ค่อยมีผลวิจัยจากผู้ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียยืนยันสรรพคุณเหล่านั้น
  2. คนส่วนมากไม่ต้องการอาหารเสริม ถ้ากินอาหารหลากหลาย ปริมาณไม่น้อยหรือมากเกินไป (หิวก็กิน กินแค่อิ่ม) อาหารไม่จำเจ มีผักผลไม้มากพอ (รวมกันสัก 4-5 ขนาดกำปั้นต่อวัน) ได้รับโปรตีนจากพืชหรือสัตว์บ้าง ก็มักจะไม่ขาดสารอาหารอะไร ไม่จำเป็นต้องทานอาหารเสริม
  3. ถ้ามีอาการผิดปกติต่างๆ ควรตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุก่อน ไม่ควรวินิจฉัยเองแล้วไปซื้ออาหารเสริมกินเอง
  4. ถ้าจะกินอาหารเสริม เลือกว่ามีอย.ก่อน อย่างน้อยก็กรองว่าน่าจะกินได้ ศึกษาว่าควรกินปริมาณเท่าไร และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง มีข้อห้ามอะไร ถ้าเป็นโรคต่างๆก็ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนว่ากินอาหารเสริมได้ไหม
  5. กินอาหารเสริมมากเกินไปอาจมีอันตราย ทำให้อวัยวะภายในทำงานหนักขึ้นหรือพังได้ ต้องระวังเรื่องปริมาณ
  6. ถ้ารู้สึกต้องการอาหารเสริมเพราะเหนื่อย ควรพยายามนอนพักผ่อนให้เพียงพอดูก่อน มักจะมีผลดีมากกว่า

ลิงก์ที่น่าสนใจ:

ความรู้เบื้องต้นทั่วไปเกี่ยวกับอาหารเสริม

เว็บดูว่าอาหารเสริมอันไหนมีการทดสอบกับอาการ/โรคอะไรบ้าง และได้ผลหรือไม่

อาหารเสริมที่อาจมีประโยชน์ในบางสถานการณ์:

ควรกินวิตามินและแร่ธาตุไหม: