หลอดไฟแสง UVC ฆ่าเชื้อโควิด-19 และวิธีฆ่าเชื้ออื่นๆ

ผมบันทึกเสียงสั้นๆวิทยาศาสตร์ทั่วไปในรายการ Sci & Tech ที่วิทยุไทยพีบีเอสเรื่องหลอดไฟแสง UVC เลยเอาสรุปและลิงก์ที่ผู้สนใจเข้าไปดูเพิ่มเติมมารวมไว้ที่นี่ครับ

สรุปคือ:

  1. แสง UVC คือแสงอัลตราไวโอเล็ตแบบความถี่สูง (Ultraviolet C) สามารถฆ่าเชื้อโรคต่างๆ ไวรัส แบคทีเรีย โปรโตซัว รวมถึงเซลล์ต่างๆได้
  2. ถ้าแสง UVC โดนตัวเรา เซลล์ของเราก็จะถูกทำลายด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลนส์ตาจะเสียหรือบอดได้ ผิวหนังจะดำ ไหม้ หรือเป็นมะเร็ง นอกจากนี้แสงแบบนี้จะทำปฏิกริยากับออกซิเจนทำให้เกิดก๊าซโอโซนที่เป็นพิษกับเราด้วย จึงไม่ควรเอามาใช้ทำความสะอาดมนุษย์ ดังนั้นที่มีแชร์กันในโลกโซเชียลเป็นตู้หรืออุโมงค์ติดหลอดไฟ UVC แล้วให้คนเดินผ่านจึงเป็นอันตราย ไม่ควรไปยุ่งด้วย
  3. การฆ่าเชื้อด้วยแสง UVC นั้นมีใช้กันอยู่แล้วในการทำความสะอาดห้องหรือพื้นที่ต่างๆ แต่ขณะที่มีแสงจะห้ามไม่ให้คนเข้าไปในบริเวณนั้นๆ
  4. แสง UVC ใช้ฆ่าเชื้อในน้ำด้วย เครื่องกรองน้ำตามบ้านหลายแบบจะบังคับให้น้ำใสๆที่กรองแล้ววิ่งผ่านแสง UVC เพื่อฆ่าเชื้อต่างๆ ในหลายๆประเทศทำเป็นขนาดใหญ่ ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการผลิตน้ำประปาด้วย
  5. วิธีป้องกันตัวจากโควิด-19 เป็นสิ่งพื้นฐานที่ทุกคนทำได้คือ 1. ล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกวิธีบ่อยๆ, 2. อย่าเอามือไปสัมผัสบริเวณหน้า, 3. อย่าจับสิ่งของร่วมกับผู้อื่น ถ้าจับก็รีบทำข้อ 1 และข้อ2, 4. ถ้าล้างมือด้วยสบู่ไม่สะดวกก็ใช้แอลกอฮอล์แทน 5. อยู่ห่างๆผู้อื่นไว้ อย่างน้อย 1 เมตร แต่ควรเป็นสัก 2 เมตรเพื่อความชัวร์
  6. การติดต่อโควิด-19 ส่วนใหญ่เกิดจากละอองของเหลวจากไอจาม และที่กระเด็นมาติดพื้นผิวต่างๆ จึงต้องทำความสะอาดพื้นผิวต่างๆเป็นระยะ ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโควิดที่หาไม่ยากดูได้ที่ https://www.facebook.com/mdcupharmaco/photos/pcb.2833487143411457/2838681492892022/ นอกจากนี้การล้างด้วยสบู่และผงซักฟอกก็สามารถชะล้างและทำลายเชื้อโควิดได้ดี

ลิงก์น่าสนใจ:

การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือและฆ่าเชื้อตามพื้นผิวต่างๆ เพื่อกำจัด ไวรัสโคโรนา 2019 หรือ เชื้อไวรัสโควิด-19

วิธีล้างมือที่ถูกต้อง:

การทำความสะอาดห้องด้วยแสง UVC:

เปรียบเทียบการเพิ่มจำนวนแบคทีเรียเมื่อโดนแสง UVCซ

คลื่นสมอง

ผมบันทึกเสียงสั้นๆวิทยาศาสตร์ทั่วไปในรายการ Sci & Tech ที่วิทยุไทยพีบีเอสเรื่องคลื่นสมอง เลยเอาสรุปและลิงก์ที่ผู้สนใจเข้าไปดูเพิ่มเติมมารวมไว้ที่นี่ครับ

สรุป:

  1. ร่างกายเรามีการส่งสัญญาณต่างๆไปมาระหว่างส่วนต่างๆ สัญญาณที่ใช้ก็จะมีทั้งสัญญาณไฟฟ้าและสัญญาณเคมี การส่งสัญญาณจากสมองไปอวัยวะอื่นๆจะเป็นสัญญาณไฟฟ้าที่ส่งไปตามเส้นประสาท
  2. สมองมีเซลล์หลายหมื่นล้านถึงแสนล้านเซลล์ เซลล์เหล่านี้มีการทำงานร่วมกันและส่งสัญญาณไปมาหากัน ถ้าเซลล์จำนวนมากพอทำงานร่วมกัน สัญญาณไฟฟ้าโดยรวมของเซลล์เหล่านี้ก็สามารถวัดได้ด้วยวิธีต่างๆ วิธีที่ใช้กันแพร่หลายตอนนี้คือผ่านเครื่องวัด EEG ที่เอาสายไฟไปแปะติดที่หนังศีรษะตำแหน่งต่างๆที่ตกลงกันไว้
  3. สัญญาณไฟฟ้าที่วัดด้วยเครื่อง EEG มีลักษณะเป็นคลื่นหลายๆความถี่ขนาดต่างๆกัน เราจึงเรียกรวมๆกันว่าคลื่นสมอง สามารถใช้บ่งบอกว่าการทำงานของสมองปกติหรือไม่ ใช้ตรวจอาการลมชัก หรือตรวจสอบว่าสมองตายหรือไม่ นอกจากนี้ยังใช้ในงานวิจัยหลายๆเรื่องโดยเฉพาะเรื่องการนอนหลับ
  4. เราสามารถใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลคลื่นสมองแล้วเชื่อมต่อกับงานประยุกต์หลายๆงาน เช่นช่วยเหลือผู้ป่วยที่สมองสั่งการร่างกายไม่ได้ให้สามารถสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์ ช่วยส่งสัญญาณให้กล้ามเนื้อผู้ป่วยอัมพาต ใช้บังคับปิดเปิดสวิทช์ เล่นเกมแบบต่างๆ บังคับโดรน ช่วยฝึกสมาธิ ฯลฯ
  5. สัตว์อื่นๆก็มีคลื่นสมอง น่าสนใจว่าในอนาคตเราจะค้นพบวิธีสื่อสารกับสัตว์ต่างๆได้ดีขึ้นใหมจากงานวิจัยแนวนี้

ลิงก์ที่น่าสนใจ:

Opens Source Brain Computer Interfaces: OpenBCI

Backyard Brains: Neuroscience for Everyone

คลื่นสมองคืออะไร:

ช่วยผู้ป่วยที่บังคับร่างกายไม่ได้ให้สามารถสื่อสารได้:

ใช้คลื่นสมองบังคับโดรน:

ใช้คลื่นสมองบังคับรถของเล่น:

การทดลองวัดคลื่นสมองเด็กๆขณะเรียนหนังสือในประเทศจีน:

ใช้คลื่นสมองบังคับแขนของอีกคนหนึ่ง:

ช่วยนักวิทยาศาสตร์ด้วย Folding At Home ([email protected])

ผมบันทึกเสียงสั้นๆวิทยาศาสตร์ทั่วไปในรายการ Sci & Tech ที่วิทยุไทยพีบีเอสเรื่องช่วยนักวิทยาศาสตร์ด้วยโปรแกรม Folding at Home เลยเอาสรุปและลิงก์ที่ผู้สนใจเข้าไปดูเพิ่มเติมมารวมไว้ที่นี่ครับ

สรุปคือ:

  1. Folding at Home เป็นโครงการให้ประชาชนใช้คอมพิวเตอร์ของตนที่มักจะอยู่ว่างๆมาช่วยคำนวณแก้ปัญหาเกี่ยวกับรูปทรงของโปรตีน ซึ่งจะมีประโยชน์ในการต่อสู้กับโรคต่างๆเช่นอัลไซเมอร์, มะเร็ง, เบาหวาน, ไข้หวัดใหญ่, รวมถึงโควิด-19 และโรคติดเชื้ออื่นๆด้วย
  2. ก่อนอื่นเราควรรู้จักโปรตีนคร่าวๆก่อน โปรตีนเป็นเครื่องจักรเล็กๆระดับโมเลกุลในร่างกายเรา มีหลายพันชนิด ทำหน้าที่ต่างๆกันตั้งแต่เป็นเอนไซม์ทำให้ปฏิกิริยาเคมีต่างๆเป็นไปได้, เป็นเซนเซอร์ตรวจหาสารเคมีต่างๆ, เป็นโครงสร้างต่างๆ, เป็นส่วนประกอบกล้ามเนื้อ, เป็นระบบภูมิคุ้มกัน, ขนส่งสิ่งต่างๆในร่างกายเช่นฮีโมโกลบินในเลือดขนส่งออกซิเจน, และอื่นๆอีกมากมาย
  3. โปรตีนประกอบด้วยกรดอมิโนหลายๆอันมาต่อกันเป็นลำดับ สารพันธุกรรม (DNA) เป็นตัวกำหนดลำดับว่ากรดอมิโนอะไรต่อกับอะไร โดยเฉลี่ยโปรตีนหนึ่งตัวจะมีกรดอมิโนนับร้อยชิ้นมาเรียงต่อกัน
  4. แรงทางไฟฟ้าระหว่างอะตอมในกรดอมิโน และระหว่างอะตอมในกรดอมิโนกับอะตอมของสิ่งแวดล้อม (เช่นน้ำที่อยู่รอบๆ) ทำให้กรดอมิโนที่มาเรียงต่อกันเคลื่อนไหวและพับเป็นรูปทรงต่างๆ รูปทรงเหล่านี้มีความเฉพาะเจาะจงมาก คือลำดับกรดอมิโนแบบหนึ่งก็จะพับมาเป็นรูปทรงแบบหนึ่ง กรดอมิโนที่พับเป็นรูปทรงเฉพาะของมันก็กลายเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่ต่างๆกันขึ้นกับว่าหน้าตาของมันเป็นอย่างไร
  5. การคำนวณว่าลำดับกรดอมิโนต่างๆจะพับอย่างไร แล้วเป็นโปรตีนหน้าตาอย่างไรเป็นการคำนวณที่ใช้เวลามากเพราะมีขั้นตอนมากมาย ถ้าใช้คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่องอาจใช้เวลาคำนวณเป็นร้อยปี ถ้าใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ก็อาจจะใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่เดือน
  6. Folding at Home อาศัยคอมพิวเตอร์ของอาสาสมัครมาช่วยกันคำนวณแทนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ พลังการคำนวณรวมๆกันของอาสาสมัครทั่วโลกมีพอๆกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ระดับแรกๆของโลก
  7. ใครๆก็เป็นอาสาสมัครช่วยกันคำนวณได้ เพียงไปที่เว็บไซต์ https://foldingathome.org และโหลดโปรแกรมมาติดตั้งได้ที่ https://foldingathome.org/start-folding/
  8. นอกจาก Folding at Home แล้วยังมีอีกหลายโครงการที่เราสามารถเป็นอาสาสมัครใช้คอมพิวเตอร์ช่วยคำนวณเพื่อความรู้มนุษยชาติครับ เข้าไปดูได้ที่ https://boinc.berkeley.edu/projects.php ยกตัวอย่างเช่นอีกโครงการที่ศึกษาโปรตีนก็คือ http://boinc.bakerlab.org/rosetta/

ลิงก์น่าสนใจ:

บันทึกกิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กๆ อยากให้คุณพ่อคุณแม่คุณครูเอาไปประยุกต์เล่นกับเด็กๆเยอะๆครับ :-)