วิทย์ม.ต้น: ดูคลิประเบิดนิวเคลียร์, เขียนโปรแกรม Scratch

วันนี้เด็กๆม.ต้นได้ดูคลิปการทดลองระเบิดนิวเคลียร์จากเมื่อหลายสิบปีก่อน และพึ่งเปิดเผยให้คนทั่วไปดูได้ครับ  มีบางคลิปที่ทดลองในที่อากาศชื้น ระเบิดทำให้ไอน้ำกลั่นตัวเป็นหยดน้ำเต็มไปด้วยเมฆฝนก็มี บางอันจะเห็นอะไรแหลมๆออกมากจากลูกระเบิดซึ่งก็คือลวดสลิงและเสาเหล็กที่ค้ำยันลูกระเบิดแล้วโดนความร้อนกลายเป็นไอแปลกดีครับ

ถ้าสนใจเข้าไปดูที่นี่ได้ครับ เป็นลิสต์ใน YouTube จะมีต่อกันไปเรื่อยๆนะครับ:

จากนั้นผมให้เด็กๆเขียนและปรับปรุงโปรแกรมของเขาต่อ มีเด็กหลายคนถามเรื่องการขึ้น Level ต่อไปในเกมของเขา ผมจึงอธิบายในแต่ละเคส และแนะนำให้ลองเข้าไปดูที่หน้า How to Make a Title Screen and Levels เป็นไอเดียครับ

เด็กๆทำเอง อ่านเอง ปรึกษากันเองเป็นส่วนใหญ่ครับ

วิทย์ม.ต้น: Cosmos Ep. 8, จำลองของตกลงสู่หลุมดำ

วันนี้เด็กๆม.ต้นที่กลุ่มบ้านเรียนปฐมธรรมได้ดูรายการ Cosmos: A Spacetime Odyssey ตอนที่ 8 กันครับ วันนี้เรื่องดาวฤกษ์ประเภทต่างๆ พอดูเสร็จเราก็ปล่อยลูกเปตองในเก้าอี้พลาสติกรูปกรวยเพื่อจินตนาการถึงของที่ตกลงสู่หลุมดำจะวิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆชนกันไปมาจนร้อนมากๆเปล่งแสงเอ็กซ์เรย์กันครับ

เด็กๆควรอ่านเรื่องดาวฤกษ์เป็นความรู้รอบตัวจากเว็บของ NASA ที่นี่ครับ 

รายละเอียดเพิ่มเติมเป็นภาษาอังกฤษที่นี่ เป็นภาษาไทยที่นี่ หรือถ้าไม่อยากอ่านแต่อยากดูคลิปลองดูที่นี่ครับ:

การเกิดและตายของดาวฤกษ์ครับ:

ประวัตินิดหน่อยว่าทำไมถึงแจกแจงดาวฤกษ์เป็น OBAFGKM  (จำง่ายๆว่า Oh, Be A Fine Guy(Girl), Kiss Me.):

O จะเป็นพวกร้อนสุด พวก M จะเป็นพวกเย็นสุด ถ้าอยากรู้ประวัติ H-R Diagram (Hertzsprung-Russell Diagram) ที่อยู่ในวิดีโอกดดูที่นี่นะครับ

 มีดาวขนาดใหญ่มากๆด้วยครับ:

อันนี้ความรู้รอบตัวว่าทำไมเราถึงเห็นดาวเป็นแฉกๆทั้งๆที่ดวงดาวจริงๆเป็นทรงกลมครับ:

เนื่องจากใน Cosmos มีการพูดถึงของตกลงไปในหลุมดำด้วย เราเลยหาเรื่องเล่น เอาลูกเปตองมากลิ้งในเก้าอี้พลาสติกรูปกรวย ให้เห็นว่าเวลาของที่โคจรหลุมดำวิ่งเข้าไปใกล้ๆ มันจะมีความเร็วสูงขึ้น และเมื่อของเหล่านั้นชนกันจะเกิดความร้อนเปล่งแสงเป็นเอ็กซ์เรย์ได้ เราเอากล้องถ่ายการเคลื่อนที่ของลูกเปตองใส่ไปในโปรแกรม Tracker เพื่อวัดตำแหน่งของมันด้วยครับ เด็กๆเล่นกันโดยหาทางทำให้ลูกเปตองโคจรอยู่นานที่สุดด้วยวิธีต่างๆกันครับ

ถ้าไม่เคยใช้โปรแกรม Tracker ลองไปดูคลิปและลิงก์ที่วิดีโอนี้นะครับ:

 

 

แรงลอยตัว, Chromatography, ลูกปิงปองยกลูกเทนนิส

วันอังคารที่ผ่านมาผมไปทำกิจกรรมวิทย์กับเด็กๆมาครับ เด็กประถมได้หัดอธิบายมายากล (ฝึกคิดแบบวิทยาศาสตร์) ประถมต้นได้ทำกิจกรรมรู้จักกับแรงลอยตัว ประถมปลายได้เล่นแยกส่วนประกอบสีเมจิกด้วยวิธี Chromatography เด็กอนุบาลสามได้เล่นของเล่นลูกปิงปองยกลูกเทนนิสด้วยการเหวี่ยงเป็นวงกลม

(อัลบั้มบรรยากาศกิจกรรมต่างๆอยู่ที่นี่นะครับ กิจกรรมประถมคราวที่แล้วเรื่อง “ทำยังไงให้เห็นอากาศ การเคลื่อนที่เป็นวงกลมต้องมีแรงสู่ศูนย์กลาง” ครับ รวมทุกกิจกรรมอยู่ที่นี่นะครับ)

เด็กประถมได้ดูมายากลอันนี้ครับ ผู้หญิงเข้าไปในกล่องแล้วดูเหมือนหายไป เด็กๆดูเฉพาะส่วนมายากลก่อน ยังไม่ดูเฉลยครับ:

ให้เด็กๆคิดและเสนอคำอธิบายว่ากลนี้ทำได้อย่างไร ให้หัดสังเกต ตั้งสมมุติฐานและตรวจสอบว่าสมมุติฐานเข้ากันได้กับข้อสังเกตต่างๆไหม สมมุติฐานไหนขัดกับข้อสังเกตและต้องล้มไป เป็นการหัดคิดแบบวิทยาศาสตร์ครับ หลังจากเด็กๆคิดกันสักพักก็ดูเฉลยกันครับ

ต่อจากนั้นเด็กประถมต้นได้ทำกิจกรรมเพื่อเริ่มเข้าใจเรื่องแรงลอยตัว ถามเด็กๆว่าเด็กๆเคยลงไปในน้ำไหม สามารถลอยตัวด้วยท่าปลาดาวหรือแมงกระพรุนไหม 

ตัวอย่างการลอยตัวแบบปลาดาวครับ: 

ถามเด็กๆว่าทำไมคนถึงลอยอยู่ได้ และถ้าจะจมจะต้องเป็นอย่างไร สักพักเด็กๆก็เข้าใจว่าในปอดและกระเพาะมีอากาศช่วยให้ลอย ถ้าน้ำเข้าปอดเข้ากระเพาะก็จะจม เราทดลองแบบจำลองด้วยขวดแก้วปิดและเปิดให้น้ำเข้าไปเพื่อเปรียบเทียบการลอยและจม:

ต่อจากนั้นเด็กๆก็ผลัดกันกดขวดพลาสติกขนาดใหญ่ปิดฝา เปรียบเทียบกับขนาดเล็กปิดฝา ว่าแบบไหนกดให้จมน้ำยากกว่ากัน เด็กๆก็เข้าใจว่าขนาดขวดที่จมในน้ำมีผลว่าจมยากจมง่ายแค่ไหน:

จากนั้นเด็กๆก็ลองเปรียบเทียบขวดขนาดใหญ่เท่ากัน ปิดฝาทั้งคู่ แต่ขวดหนึ่งใส่น้ำไว้ครึ่งขวด อีกขวดมีแต่อากาศ  เด็กๆเดาถูกว่าขวดที่มีแต่อากาศน่าจะกดให้จมได้ยากกว่า แล้วก็ลองทดลองกดจริงๆ:

สำหรับเด็กประถมต้น เราจะทำการทดลองเกี่ยวกับแรงลอยตัวต่อไปอีกในอนาคตครับ วันนี้เป็นการเริ่มเล่นให้คุ้นเคยก่อน

สำหรับเด็กประถมปลาย วันนี้ผมให้เล่น Chromatography (โครมาโตกราฟี) แบบที่เราเล่นกันเรียกว่าโครมาโตกราฟีแบบกระดาษ วิธีก็คือเอากระดาษกรอง (เช่นกระดาษกรองสำหรับชงกาแฟ) มาแต้มด้วยสี แล้วเอาปลายด้านหนึ่งจุ่มน้ำ (อย่าให้ท่วมจุดสีที่แต้ม) แล้วรอให้น้ำซึมขึ้นมาบนกระดาษและพาส่วนประกอบต่างๆของจุดสีวิ่งตามมาด้วย ส่วนประกอบต่างๆวิ่งช้าเร็วไม่เท่ากันเลยเห็นมันแยกออกจากกันครับ ถ้าสีไม่ละลายน้ำมันก็จะไม่ซึมไปตามกระดาษกรอง ต้องหาสารละลายอื่นที่ละลายสีได้มาใช้แทนน้ำ เทคนิคโครมาโตกราฟีนี้ใช้แยกสารที่ผสมกันอยู่ให้รู้ว่ามีอะไรบ้าง แต่วันนี้เด็กๆตื่นเต้นกับการทำให้มีลวดลายสวยๆกันมากกว่า ซึ่งก็ดีแล้วครับ กิจกรรมต้องสนุกก่อนถึงจะมีหวังว่าเด็กๆจะอยากรู้เพิ่มเติม

ตัวอย่างสีที่เด็กๆทำเป็นรุ้งเลยครับ:

สำหรับเด็กอนุบาล 3/1 เด็กๆได้เล่นใช้ของเบายกของหนักด้วยการเคลื่อนที่เป็นวงกลมครับ ถ้าเป็นทฤษฎีก็คือถ้าของจะเคลื่อนที่เป็นวงกลม มันต้องมีแรงสู่ศูนย์กลางดึงมัน ถ้าเราใช้เชือกผูกของที่แกว่งเป็นวงกลม แรงตึงในเชือกก็สามารถเอาไปยกของได้ครับ แต่สำหรับเด็กๆเราไม่ได้คุยกันเรื่องทฤษฎีอะไร แค่บอกวิธีประดิษฐ์ของเล่นเพื่อให้ไปลองทำและเล่นดูดันนี้ครับ:

ผมเคยบันทึกไว้ในช่องเด็กจิ๋ว & ดร.โก้โดยใช้ยางลบและลูกเทนนิสด้วยครับ:

เด็กๆสนุกสนานกับการเหวี่ยงและหมุนกันใหญ่ครับ:

 

บันทึกกิจกรรมวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กๆ อยากให้คุณพ่อคุณแม่คุณครูเอาไปประยุกต์เล่นกับเด็กๆเยอะๆครับ :-)