กล้องจุลทรรศน์สำหรับเด็กป. 1+2+3 และทำการทดลองเรื่องแม่เหล็กให้เด็กอนุบาล 2+3 ดู


(คราวที่แล้วเรื่องปอดและแรงดันอากาศอยู่ที่นี่)

 
วันนี้ผมเข้าไปโรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิเพื่อทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ให้เด็กดูอีก วันนี้สำหรับเด็กประถมกลุ่มบ้านเรียนปฐมธรรม ผมเอากล้องจุลทรรศน์ที่ต่อกับคอมพิวเตอร์ไปให้เด็กดู กล้องสามารถขยายได้สูงสุด 200 เท่า ผมสั่งซื้อมาจาก ThinkGeek.com ได้สามปีแล้ว ผมเห็นมีคนนำเข้ามาขายเหมือนกันแต่ไม่ทราบราคาในประเทศไทย ตอนนี้น่าจะมีหลายๆยี่ห้อราคาไม่น่าแพงนักแล้ว
 
เริ่มต้นเราก็ส่องผิวหนังดู พอส่องหลังมือเท่านั้น เด็กๆก็ร้องอุทานว่าทำไมมันน่าเกลียดจัง ผมก็บอกว่าผิวหนังมันก็เป็นของมันอย่างนั้นตลอดมานั้นแหละ แต่ตาเราไม่สามารถเห็นชัดๆใหญ่ๆได้ เลยไม่คุ้นเคย พอส่องหลังมือแล้ว ก็ส่องฝ่ามือ ซึ่งพวกเราก็เห็นได้ว่าฝ่ามือเรียบกว่าหลังมือเยอะเลย

 
จากนั้นเราก็ส่องดูคางของผมที่ไม่ได้โกนหนวด เพื่อจะได้ดูหนวดเครา และรอยตัดจากใบมีดโกน ดูขนบนแขน ดูผมบนศีรษะที่ปกติ และผมที่หัวล้านของผม (ซึ่งมีขนาดเล็กและบางกว่าผมปกติ) ผมของเด็กๆ ยางรัดผม ไฝ รอยแผลเป็น ลายนิ้วมือ หู เสื้อผ้า ใยผ้าชนิดต่างๆ เล็บ เด็กๆตื่นเต้นกันมากที่ได้เห็นของคุ้นเคยแต่ขยายใหญ่ๆ เด็กๆบอกว่าในแบงค์ 20 มีตัวเลข 20 เล็กอยู่ เราจึงส่องดูกัน รวมถึงแบงค์ร้อยด้วย
 
เคราไม่โกนหนึ่งวัน
ผมปกติ
 

ผมจากหัวล้าน

ลายนิ้วมือ
 

เสื้อลายสี
 

เสื้อขาว
 

กางเกงดำ
 

แบงค์ยี่สิบ
 

แบงค์ร้อย
คุณครูเจนพบผีเสื้อที่กำลังจะตายด้วย เราจึงได้ส่องกล้องดูหน้าตาของเขาใกล้ๆ เด็กๆก็ได้เห็นขนเล็กบนปีกผีเสื้อ และปากที่เป็นงวงม้วนอยู่ใต้ตาของเขา
 

คุณผีเสื้อ (เขาแก่มากแล้วปีกเปื่อย ขาหัก)

 

จากนั้นผมก็เอารูปขยายของก้อนนิ่วที่เพื่อนให้ผมแล้วผมเอากล้องนี้ไปส่อง ก้อนนิ่วดูเป็นผลึกสวยงาม แต่มีขอบคมกริบ มิน่าคนเป็นนิ่วถึงเจ็บปวดมาก
 

ก้อนนิ่ว ขนาดประมาณ 6 มิลลิเมตร

ก้อนนิ่วขยายมากขึ้น แค่มองก็เจ็บแล้ว
 
หลังจากผมพูดถึงผลึกในก้อนนิ่ว ว่ามันออกมาจากน้ำปัสสาวะคล้ายๆกับที่ผลึกเกลือออกมาจากน้ำทะเล คุณครูเจนก็ไปเอาเกลือใส่ช้อนมาให้เราส่องดูกัน เด็กๆตื่นเต้นกันอีกที่เห็นเกลือเป็นเหลี่ยมๆเหมือนเพชร
 
 

ผลีกเกลือ
 

ผลึกเกลือ
จากนั้นผมก็ส่องหนังสือแม็กกาซีน เพื่อให้เด็กๆได้เห็นว่าสีต่างๆที่เราเห็นนั้น ในหนังสือ เขาจะพิมพ์ด้วยจุดสีเล็กๆไม่กี่สี และซ้อนกันไม่กี่แบบ เมื่อเราเอาตาห่างออกมาจากหนังสือหน่อยนึงเราก็ไม่เห็นจุดสีเล็กๆ และตาเราก็จะผสมสีจากจุดสีเล็กๆให้เสร็จเป็นสีต่างๆเลย
 
จากนั้นผมก็เอากล้องส่องจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งเด็กๆก็เห็นว่ามีจุดเล็กๆสามสี (แดง เขียว น้ำเงิน) เต็มไปหมด พอส่องบริเวณสีต่างๆเด็กๆจะเห็นว่าสีแดงเขียวน้ำเงินจะสว่างต่างๆกัน ผสมมาเป็นสีที่เราเห็น เด็กๆตื่นเต้นมากที่เห็นว่าสีขาวนั้นประกอบด้วยแดงเขียวน้ำเงินสว่างๆรวมกัน
 

สีขาวบนจอ LCD เกิดจากจุดสีแดง+นำ้เงิน+เขียว

 

จากนั้นผมก็ได้ทำการทดลองเรื่องแม่เหล็กให้เด็กอนุบาล 2 และ 3 ดู โดยเริ่มด้วยกลตั้งเหรียญให้เด็กทายว่าตั้งได้อย่างไร
 
 
(ไม่ใช่วิดีโอของวันนี้ ผมถ่ายอันนี้ไว้นานแล้ว)
 
จากนั้นผมก็อธิบายว่า แม่เหล็กมีสองข้าง(ขั้ว)เสมอ ถ้าเอาข้างเหมือนกันมาใกล้ๆกัน แม่เหล็กจะผลักกัน ถ้าข้างต่างกันมาใกล้ๆกันก็จะดูดกัน โดยเอาแท่งแม่เหล็กดูดและผลักกันไปมา
 
จากนั้นก็บอกว่าโลกเราทั้งโลกก็เป็นแม่เหล็กเหมือนกัน และถ้าเราลอยแม่เหล็กในน้ำนิ่งๆ หรือแขวนไว้ในที่ไม่มีลม แม่เหล็กก็จะดูดกับแม่เหล็กโลกและจะชี้ไปในแนวทิศเหนือ-ใต้ บอกเด็กๆว่าสิ่งประดิษฐ์อย่างนี้เรียกว่าเข็มทิศ ใช้ในการเดินทาง
 
 
จากนั้นเราก็พบว่าเหรียญ 50 สตางค์ เหรียญ 2 บาทเก่าสีเงิน และเหรียญบาท สามารถถูกดูดด้วยแม่เหล็กได้
 
เด็กๆมีคำถามน่าสนใจว่าทำไมพออยู่ไกลๆแม่เหล็กถึงไม่มีแรง ผมก็บอกไปว่าแม่เหล็กยังมีแรงดึงดูดอยู่ แต่แรงอ่อนลงเรื่อยๆขึ้นกับระยะทาง อีกคำถามก็คือว่าทำไมแม่เหล็กถึงมีแรงดึงดูด ผมก็ได้แต่บอกว่าเป็นคำถามที่ดีมากแต่ผมยังไม่มีคำตอบง่ายๆให้เด็กๆเข้าใจได้ (เพราะผมไม่รู้ว่าจะอธิบายเรื่อง spin อย่างไรให้เด็กเข้าใจ) ตอนนี้ให้เด็กๆเข้าใจไปก่อนว่าเป็นสิ่งที่แม่เหล็กทำ เหมือนกับคุณสมบัติว่าเหล็กแข็ง น้ำเปียก และสิ่งของต่างๆมีน้ำหนัก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *