ผิวหนังและการระเหยสำหรับเด็กป. 1+2+3 และปืนใหญ่ลมสำหรับเด็กอนุบาล 2+3


(คราวที่แล้วเรื่องกล้องจุลทรรศน์และแม่เหล็กที่นี่)

 
วันนี้เป็นวันอังคารที่ผมเข้าไปสอนวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิและกลุ่มบ้านเรียนปฐมธรรม วันนี้ไปพูดคุยกับเด็กเรื่องผิวหนังและการระเหยของเหงื่อ และเอาของเล่นที่เรียกว่าปืนใหญ่ลม (Vortex Cannon) ไปให้เด็กดู
 
สำหรับเด็กกลุ่มบ้านเรียนปฐมธรรมชั้นป. 1, 2, 3 เราคุยกันเรื่องผิวหนัง ผมก็เริ่มโดยถามเด็กก่อนว่าอวัยวะอะไรในร่างกายใหญ่ที่สุด เด็กๆก็เดาไปต่างๆนาๆมีทั้งสมอง ตับ กระเพาะ ปอด ก้น ขา จนในที่สุดผมก็เฉลยว่าผิวหนังเป็นอวัยวะใหญ่สุดในร่างกาย ถ้าลอกออกมาชั่งก็จะหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัมสำหรับเด็ก และ 3-4 กิโลกรัมสำหรับผู้ใหญ่ ต่อมาผมก็ถามว่าผิวหนังทำหน้าที่อะไรในร่างกายของเรา เด็กๆก็ตอบกันใหญ่ว่า กันน้ำ ห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ ขับถ่ายของเสีย ผมก็เสริมว่าผิวหนังสร้างสารเคมีต่อสู้กับราและแบคทีเรีย และสร้างเหงื่อเพื่อระบายความร้อนด้วย

 
ผมก็เอารูปวาดขยายว่าผิวหนังมีหน้าตาอย่างไรเมื่อมองใกล้ๆ มีขน มีรากขน มีต่อมเหงื่อ มีเส้นประสาท มีกล้ามเนื้อ มีต่อมน้ำมัน และเส้นเลือด (ภาพเอามาจาก http://kidshealth.org/kid/htbw/skin.html)
 

ผมอธิบายว่าทำไมเวลาเราร้อนเราถึงเหงื่อออก โดยบอกว่าเวลาร่างกายรู้สึกร้อน ผิวหนังจะปล่อยเหงื่อออกมา เมื่อเหงื่อเปลี่ยนจากน้ำเป็นไอ (ระเหย) เหงื่อก็จะดูดความร้อนรอบๆหยดเหงื่อไป ทำให้ร่างกายเราทิ้งความร้อนออกไปให้อากาศรอบๆ และร่างกายก็จะเย็นลง ถ้ามีลมพัด ก็จะทำให้เหงื่อระเหยได้ไวขึ้นเราจึงรู้สึกเย็นเร็วขึ้น
 
ผมบอกว่าหลักการนี้ใช้ได้ทั่วไป คือโดยปกติเวลาของเหลวกลายเป็นไอ จะดูดความร้อนรอบๆ ทำให้ของรอบๆเย็นขึ้น แล้วก็วาดภาพหลักการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ที่มีของเหลว (น้ำยาแอร์) ถูกปล่อยผ่านวาล์ว กลายเป็นไอในท่อภายในห้องของเรา ทำให้ท่อและอากาศรอบๆเย็น แล้วเราก็เอาพัดลมเป่าอากาศเย็นให้กระจายทั่วห้อง เมื่อไอวิ่งผ่านท่อ ก็จะถูกเครื่องอัดหรือคอมเพรสเซอร์อัดเพิ่มความดันให้กลับกลายเป็นของเหลวอีกครั้ง ของเหลวนี้จะเอาความร้อนจากในห้องของเราไปทิ้งให้อากาศข้างนอก เครื่องปรับอากาศจึงเป็นอุปกรณ์ขนส่งความร้อนจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง (เด็กๆบอกให้ผมเขียนภาษาอังกฤษกำกับด้วยเวลาผมใช้คำจากภาษาอังกฤษ)
จากนั้นผมก็บอกว่าถ้าเราเปลี่ยนจากห้องเป็นตู้เราก็จะได้ตู้เย็น คือหลักการของเครื่องปรับอากาศและตู้เย็นเหมือนกัน แม้หน้าตาจะไม่เหมือนกันก็ตาม
 
จากนั้นผมก็แจกสำลีชุบแอลกอฮอล์ล้างแผล ให้เด็กๆทาแขนกัน ให้ดูว่าแอลกอฮอล์เหลวหายไปจากผิวหนัง และผิวหนังจะเย็น เด็กๆก็ทาและเป่ากันเจี๊ยวจ๊าว เด็กบางคนเอาแอลกอฮอล์ไปลบหมึกและสี แล้วมาบอกผมว่าแอลกอฮอล์ละลายของได้เยอะแยะ
 
แล้วผมก็พูดถึงว่าทำไมเวลาเราร้อนหน้าตาเราถึงแดง โดยบอกเด็กๆว่าเวลาร่างกายรู้สึกร้อน ร่างกายจะพยายามเอาความร้อนจากภายในไปทิ้งข้างนอกเร็วๆ จึงขยายขนาดเส้นเลือดที่ผิวหนัง ให้เลือดไหลผ่านได้ไวๆ จะได้นำความร้อนมาที่ผิวหนังได้ไวๆให้ผิวหนังเอาความร้อนไปทิ้งไวๆ ในทางกลับกัน เมื่ออากาศหนาว ร่างกายก็จะบอกให้เส้นเลือดที่ผิวหนังหดตัว เลือดจะได้ไหลไปแถวๆผิวหนังช้าๆ จะได้เก็บความร้อนไว้ในตัว หน้าเราถึงซีดขาวเวลาหนาว
 
ผมเล่าเรื่องต่อไปว่าถ้าอากาศหนาวเย็นมากๆ แบบมีหิมะและน้ำแข็ง เส้นเลือดอาจจะหดตัวมากจนเลือดๆไปหล่อเลี้ยงอวัยวะริมๆไม่พอ ก็จะเกิดอาการหูหลุด นิ้วหลุด เนื้อตาย ถ้าหนาวมากไปติดต่อกัน ร่างกายก็จะทนไม่ไหว หยุดทำงานแล้วเราก็ตาย
 
ผมแทรกว่าความร้อนต่างๆที่เกิดในร่างกายเรานั้นเกิดจากการเปลี่ยนอาหารและอากาศเป็นพลังงานให้ร่างกายทำงานได้ ถ้าเราทานอาหารไม่พอ ไม่มีแป้งหรือคาร์โบไฮเดรต ไม่มีไขมัน ร่างกายก็จะเริ่มย่อยโปรตีนที่เก็บไว้ตามกล้ามเนื้อ โดยอวัยวะที่มีกล้ามเนื้อมากๆอย่างหัวใจก็จะโดนไปด้วย ทำให้หัวใจวายตายได้เมื่อมีอายุมากขึ้น
 
ก่อนจะจบเราทำการวัดความยาวของเล็บนิ้วชี้ขวาเทียบกับอาทิตย์ที่แล้วว่าเล็บเรายาวขึ้นอาทิตย์ละเท่าไร เนื่องจากตาของผมไม่ค่อยดี ความละเอียดจึงละเอียดถึงครึ่งมิลลิเมตรเท่านั้น จากการวัด เล็บจะยาวขึ้นประมาณ 0.5 ถึง 1.5 มิลลิเมตรในหนึ่งสัปดาห์ เราจะไว้เล็บนิ้วชี้ขวาต่อไปเพื่อวัดต่อในวันอังคารหน้า
จากนั้นเราก็คุยสรุปว่าเราคุยเรื่องอะไรไปบ้าง แล้วเด็กๆก็แยกไปเขียนบันทึกการเรียนรู้ตามความเข้าใจของแต่ละคน ขณะที่ผมไปสอนเด็กอนุบาล 3 และ 2

สำหรับเด็กอนุบาล ผมเอาของเล่นที่เรียกว่าปืนใหญ่ลม (Vortex Cannon) มาแสดงให้ดู ของเล่นนี้สามารถยิงวงแหวนอากาศ หรืออากาศที่หมุนเป็นรูปโดนัทออกไปได้ไกลมาก ถ้าเราใส่ควันเข้าไป เราจะเห็นรูปโดนัทวิ่งออกมาไปได้ไกลๆ เนื่องจากผมแพ้กลิ่นธูป และผมไม่มีเครื่องสร้างควันแบบในคอนเสิร์ท ผมจึงไม่ได้ใส่ควันให้เด็กๆดู ได้แต่ยิงอากาศใส่เป้าต่างๆ และให้เด็กดูคลิปวิดีโอใน YouTube เอา
 
เริ่มโดยบอกว่าเราทำเล่นเองที่บ้านได้ มีสองวิธี วิธีแรกง่ายๆ ก็คือเอากล่องกระดาษแข็งที่ใส่รองเท้ามาเจาะรูกลม เส้นผ่าศูนย์กลางสัก 2-3 นิ้ว ที่ด้านสั้นด้านหนึ่งของกล่อง แล้วเราก็ปิดฝากล่อง เมื่อจะยิงวงแหวนอากาศ เราก็ตบที่ฝากล่องทำให้อากาศวิ่งออกไปทางรูกลมๆด้านข้าง
 
อีกวิธีหนึ่งก็คือเอากระป๋องพลาสติกที่มีก้น เช่นถังขยะพลาสติก มาเจาะรูกลมที่ก้น แล้วเอาถุงพลาสติกปิดที่ปากกระป๋อง แล้วเราก็ตบถุงพลาสติกให้ดันอากาศผ่านรูกลมๆที่ก้นกระป๋อง เล็งไปที่เป้าต่างๆแล้วเราก็ยิงใส่
 
ผมเริ่มด้วยการยิงอากาศใส่หน้าเด็กที่นั่งล้อมวงอยู่ ทำให้เด็กๆตื่นเต้นกันใหญ่
 
จากนั้นผมก็ยิงใส่แผ่นกระดาษแข็งที่ห่างไป 2-3 เมตร และจุดเทียนวางไว้ไกลๆแล้วก็ยิงอากาศใส่เป่าเทียนให้ดับ สำหรับเด็กอนุบาลสอง ผมให้ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ทเดย์ แล้วก็เป่าเทียนด้วยปืนใหญ่ เด็กๆเฮกันใหญ่เมื่อเทียนดับ ต้องให้ร้องอีกรอบแล้วก็ดับอีกรอบ

จากนั้นผมก็ให้เด็กๆดูคลิปจาก YouTube ที่เกี่ยวกับวงแหวนหมุน (Vortex) ทั้งในน้ำและในอากาศ เด็กๆชอบดูคลิปปลาโลมาเป่าวงแหวนเล่นเองในน้ำ
 

One thought on “ผิวหนังและการระเหยสำหรับเด็กป. 1+2+3 และปืนใหญ่ลมสำหรับเด็กอนุบาล 2+3”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *