ของเล่น “หลอดเลี้ยงลูกบอล” สำหรับเด็กอนุบาล 2+3 และประถม 1+2+3

(คราวที่แล้วเรื่องของเล่น “นักดำน้ำ” อยู่ที่นี่ครับ ถ้าท่านได้รับข้อความเหล่านี้ทางอีเมล์แต่ไม่เห็นวิดีโอคลิป เข้ามาดูที่ http://witpoko.com/ นะครับ)
 
เมื่อวานเป็นวันอังคารที่ผมเข้าไปทำการทดลองวิทยาศาสตร์กับเด็กๆป. 1, 2, 3 กลุ่มบ้านเรียนปฐมธรรมและเด็กๆอนุบาล 2 และ 3 โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิ วันนี้การทดลองคือเล่นของเล่นที่สร้างจากหลอดและฟอยล์อลูมิเนียม ใช้เลี้ยงลูกบอลให้ลอยอยู่อากาศได้นานๆ โดยที่เด็กๆประถมจะได้ลงมือประดิษฐ์เอง แต่เด็กๆอนุบาลจะได้ดูการแสดงแทน

 
หลักการการทำงานของของเล่นก็คือความสัมพันธ์ระหว่างความดันและความเร็วของอากาศ ธรรมชาติของอากาศ (และของไหลได้เช่นน้ำ) ก็คือที่ใดที่อากาศไหลเร็ว ความดันอากาศแถวนั้นจะน้อย ดังนั้นถ้าบริเวณอื่นที่อยู่รอบๆมีความดันอากาศมากกว่า ก็จะมีลมวิ่งจากที่ความดันมากเข้าหาที่ความดันน้อยกว่า (หลักการนี้เรียกว่าหลักการของเบอร์นูลลี)
 
เมื่อเราเป่าลมใต้ลูกบอล แรงลมก็จะผลักให้ลูกบอลลอยขึ้น ลมที่โดนด้านล่างของลูกบอลก็จะไหลไปด้านข้างๆขึ้นไปข้างบนในที่สุด ลมเหล่านี้วิ่งเร็วกว่าอากาศที่อยู่ห่างจากลูกบอล ความดันข้างๆใกล้ๆลูกบอลจึงต่ำกว่าความดันที่ห่างออกไปข้างๆ จึงมีแรงผลักรอบๆให้ลูกบอลอยู่บริเวณที่มีลมเป่าขึ้นเสมอ เราจึงสามารถ “เลี้ยง” ลูกบอลอยู่ได้นานๆ
 
นอกจากลูกบอลฟอยล์อลูมิเนียมแล้ว เราใช้ลูกอะไรกลมๆที่ไม่หนักเกินไป เช่นลูกกระสุน BB พลาสติกกลมๆก็ได้ครับ
 
ดูวิธีเล่นและวิธีทำของเล่นเลยครับ:
 
 
หลังจากเด็กประถมเห็นผมสร้างของเล่นเสร็จ ก็เริ่มสร้างของเล่นของตนเองเป็นที่สนุกสนาน:
 
 
จากนั้นผมก็เอาลูกปิงปองออกมาและพยายามเป่าให้ลอยขึ้นด้วยหลอด ซึ่งทำได้ยากเพราะลูกปิงปองหนักไป ผมจึงงัดเอาเครื่องเป่าผมออกมา เปิดให้ลมออกอย่างเดียวแต่ไม่ร้อน แล้วให้เด็กๆเอาลูกปิงปองมาลอยกันอย่างสนุกสนาน หลักการธรรมชาติในกรณีนี้ก็เป็นหลักการเดิม เพียงแต่ว่าแทนที่คนจะเป่า เราใช้พัดลมในเครื่องเป่าผมเป่าให้แทน
 

จากนั้นผมก็ให้เด็กๆดูคลิปวิดีโอบน YouTube ที่แสดงสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้หลักการเดียวกันนี้ แต่แรงลมถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ จึงสามารถเคลื่อนย้ายลูกบอลได้อย่างแม่นยำ เชิญดูเลยครับ:
 
 
สำหรับเด็กอนุบาลสองและสาม เด็กๆตื่นเต้นกับการที่ผมแสดงหน้าตาท่าทางว่าการเลี้ยงลูกบอลมันยากมาก (แต่ผมก็เฉลยทีหลังว่ามันทำได้ง่ายๆ เพราะธรรมชาติของลมมันเป็นอย่างนั้นเอง) และสนุกกับการลุ้นให้ลูกปิงปองชนกัน ว่าลูกไหนจะชนะ
 
ป.ล. เด็กอนุบาลสองให้การต้อนรับดีเป็นพิเศษแบบในคลิปครับ:
 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *