คราวนี้ในกิจกรรมวิทย์พ่อโก้ เด็กๆหัดคิดแบบวิทยาศาสตร์โดยพยายามอธิบายมายากล แล้วเราก็เล่นกับการชนของลูกแก้วหรือลูกบอลลื่นๆที่ทำให้เราสามารถทำสิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปได้ยากได้แบบง่ายๆ
(อัลบั้มบรรยากาศกิจกรรมอยู่ที่นี่ ส่วนลิงก์รวมทุกกิจกรรมอยู่ที่นี่นะครับ)
เด็กๆได้ดูมายากลในคลิปเหล่านี้ครับ เด็กๆดูกลก่อนในคลิปแรกก่อนแล้วพยายามอธิบายก่อนเฉลยในคลิปที่สอง คราวนี้กลเรื่องคนหายไปจากกล่อง:
กิจกรรมหัดอธิบายมายากลนี้ฝีกเด็กๆให้คิดแบบวิทยาศาสตร์ มีการสังเกต การตั้งสมมุติฐานเพื่ออธิบายสิ่งที่สังเกตมา การตรวจสอบสมมุติฐานกับข้อมูลที่สังเกตมา การตั้งสมมุติฐานใหม่เมื่อสมมุติฐานเดิมขัดกับข้อมูล นอกจากนี้เราพยายามให้เด็กๆมีความกล้าคิดและออกความเห็น และหวังว่าเมื่อโตไปจะไม่ถูกหลอกง่ายๆครับ
จากนั้นผมก็ให้เด็กๆดูคลิปผมเล่นบิลเลียด ยิงลูกขาวกระทบลูกสีต่างๆให้ชนต่อๆกันจนชนลูกสุดท้ายลงหลุมไป:
อันนี้เป็นกลที่ผมคิดขึ้นเองตอนเรียนฟิสิกส์ปี 1 เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว
อาศัยหลักการที่ว่า เมื่อลูกบอลที่ไม่มีแรงเสียดทานที่ผิวมาชนกัน แรงกระแทกที่เกิดขึ้นระหว่างลูกบอลทั้งสองจะกระทำในทิศทางที่ตั้งฉากกับผิวสัมผัสเท่านั้น ซึ่งก็คือแนวเส้นที่เชื่อมระหว่างจุดศูนย์กลางของลูกบอลทั้งสองเมื่อเกิดการชน ทำให้เรารู้ทิศทางของลูกบอลที่จะกระเด็นออกไปเสมอ (กระเด็นในแนวที่ลากผ่านจุดศูนย์กลางของลูกบอลทั้งสอง)
เมื่อจับลูกบอลเป็นคู่ๆ แล้วเรียงให้เส้นเชื่อมจุดศูนย์กลางของลูกบอลแต่ละคู่ลากไปชนลูกบอลคู่ต่อไป เราก็สามารถควบคุมทิศทางลูกบอลลูกสุดท้ายได้ง่ายๆ
จากนั้นผมก็เล่นกลเดียวกันนี้ด้วยลูกแก้วบนแผ่นผ้ารองเมาส์ โดยวางลูกแก้วชิดกันเป็นคู่ๆ ให้แนวที่ลากผ่านแต่ละคู่ลากไปชนคู่ต่อไป และให้แนวคู่สุดท้ายลากไปชนเป้าที่เราต้องการ แล้วก็ดีดลูกแก้วใส่คู่แรก ให้ลูกแก้วชนกันไปเป็นทอดๆ จนลูกสุดท้ายชนเป้า
ดูการชนทีละคู่มันจะเป็นลักษณะแบบนี้:
เมื่อเด็กๆเข้าใจวิธีเล่นกลแล้ว ก็แยกย้ายกันเล่นครับ:




