ไปเป็นวิทยากรงานแนะให้แนว

วันนี้ผมไปคุยกับเด็กๆเรื่องการศึกษาวิทย์ที่งานแนะให้แนวที่ทีเคพาร์คครับ

ผมแนะนำตัว แนะนำบันทึกกิจกรรมวิทย์ที่วิทย์พ่อโก้ และช่อง YouTube เด็กจิ๋ว & ดร.โก้

เรามีเวลา 90 นาที ผมจึงบอกเด็กๆว่าผมมีคำแนะนำที่น่าเบื่อ และจะรีบบอกเด็กๆให้เสร็จเร็วที่สุด แล้วเรามาทำกิจกรรมกัน

ผมบอกเด็กๆว่าการเรียนในห้องเรียน กับการเรียนรู้ มันไม่ใช่เรื่องเดียวกันซะทีเดียว ปกติการเรียนในห้องเรียนประเทศไทยจะเป็นแบบเรียนๆไปแล้วสอบ แล้วก็ลืม เนื้อหาเยอะแยะมากมาย และทำให้คนไม่ชอบเรียน แต่จริงๆแล้วพวกเราจำเป็นต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะเรียนรู้เองและเรียนรู้นอกห้องเรียน เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เราต้องเตรียมตัว แต่เราไม่สามารถเตรียมตัวโดยเรียนวิชาต่างๆให้ครบ เรียนเผื่อไปหมด เพราะความรู้มันพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเราต้องมีนิสัยที่ทำให้เราสามารถเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สามารถปรับตัวได้ในอนาคต

ผมขอให้เด็กๆฝึกนิสัย 10 อย่างซึ่งน่าจะมีประโยชน์ครับ:

  1.  อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ ให้มีคำถามเสมอว่า จริงเหรอ? รู้ได้ไงว่าจริง? หลักฐานเป็นยังไง? ผมยกตัวอย่างยาผิวขาว ยาลดความอ้วน กินคอลลาเจนให้ผิวดี เป็นตัวอย่างว่าเราควรจะตั้งคำถามว่าของพวกนี้มันเป็นอย่างที่มีผู้กล่าวอ้างหรือเปล่า (ผมถามเด็กๆว่ารู้ไหมว่าศาสนาของสังคมไทยคืออะไร เด็กๆตอบผิดกันหมดว่าคือพุทธศาสนา จริงๆแล้วเรานับถือไสยศาสตร์ต่างหาก ดูจากการที่คนบนบานศาลกล่าวอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ดลบันดาลอะไรต่างๆให้ ดังนั้นเราจึงอยู่ในสังคมที่เชื่ออะไรง่ายๆไปหมด ต้องบังคับตัวเองให้หลุดออกมา)
  2. ใช้ภาษาอังกฤษให้เป็น เริ่มจากอ่านฟังให้ได้ก่อน แล้วต่อด้วยพูดเขียน ให้ทำสะสมไปเรื่อยๆ อย่าหวังผลในเดือนสองเดือน แต่หลังจากปีสองปีห้าปีจะใช้ภาษาอังกฤษได้ ฝีกไปเรื่อยๆอย่าท้อ ความรู้มีอยู่ในภาษาอังกฤษเยอะมาก
  3. อย่าเรียนเพื่อเกรดอย่างเดียว เวลาเรียนรู้อะไรพยายามเข้าใจและหัดเอาความรู้ไปใช้ด้วย เวลาเราเรียนอะไรลองค้นหาดูว่ามีคนเอาความรู้เรื่องนี้ไปทำอะไร ผมยกตัวอย่างว่าเราเรียนเรื่องแมตริกซ์ในมัธยมปลายกันไปแบบแห้งๆ ใช้มือคำนวณ แล้วพอสอบก็จบกันไป แต่จริงๆแล้วมันเหมาะกับการคำนวณด้วยคอมพิวเตอร์กว่ามาก ลึกๆแล้วในหนังการ์ตูนและสเปเชียลเอฟเฟ็กทั้งหลายต้องใช้การคำนวณเกี่ยวกับแมตริกซ์ทั้งสิ้น ดังนั้นเวลาเรียนอะไรใหม่ๆลองหาดูในอินเทอร์เน็ตดูด้วยว่ามีคนเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง
  4. เรียนพื้นฐานต่างๆให้ดี ทำความเข้าใจให้ดี ถ้าไม่ดีให้ไปทบทวนจนเข้าใจดี ถ้าพื้นฐานไม่ดีจะต่อยอดไม่ได้ เรียนก็จะยากขึ้นเรื่อยๆ
  5. หัดเรียนรู้ด้วยตัวเอง ความรู้ส่วนใหญ่อยู่นอกโรงเรียน ถ้ารู้ภาษาและตั้งใจ ก็สามารถเรียนรู้ได้จากคนสอนเก่งๆที่สุดในโลก จากสถาบันดีๆเป็นอันดับต้นๆของโลก มีความรู้มากมายใน YouTube, Khan Aademy, Coursera, Udacity, MIT OpenCourseWare, ฯลฯ
  6. หัดสงสัยเรื่องต่างๆ พยายามหัดตั้งปัญหาเอง อย่ารอแต่โจทย์ และจำไว้ว่าปัญหาส่วนใหญ่ไม่มีคำตอบเฉลยสำเร็จรูปเหมือนในหนังสือเรียน
  7. หัดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้ช่วยแก้ปัญหา เพราะงานหลายชนิดคนไม่ควรทำ (เพราะช้าและผิดง่าย หรือทำด้วยคนไม่ได้ตั้งแต่ต้น) ถ้าโรงเรียนสอนภาษา C ก็อย่าไปหวังว่าจะได้ประโยชน์มาก เพราะมันไม่เหมาะกับคนเริ่มต้นโปรแกรม ลองหาบทเรียนภาษาพวก Python หรือ Javascript สำหรับผู้เริ่มต้นในอินเทอร์เน็ตดู
  8. อย่าหลอกตัวเอง สมองเราถูกหลอกง่ายมาก ตรวจสอบเสมอว่าสิ่งที่เรา“รู้”มันจริงหรือเปล่า ลองถามตัวเองว่าเรารู้ว่าอะไรจริงหรือไม่จริงเพราะอะไร มีหลักฐานอะไรขัดแย้งกับสิ่งที่เราคิดว่าจริงไหม
  9.  อึดเข้าไว้ ความอึดชนะทุกสิ่ง คนไอคิวสูงอาจทำอะไรได้เร็ว แต่คนที่ไม่หยุดเท่านั้นที่สร้างของเจ๋งๆได้ คนได้รางวัลโนเบลส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่อัจริยะด้วยซ้ำ เราต้องพยายามทำงานต่อเนื่องและพัฒนาให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ
  10.  หัดทดลองหัดทำสิ่งใหม่ๆบ้าง ลองสิ่งที่ทำยากๆบ้าง ลองผสมสิ่งที่ต่างๆกันเป็นสิ่งใหม่ๆ เราจะได้มีโอกาสสร้างสรรค์ของเจ๋งๆดีๆ

หลังจากพูดเรื่องน่าเบื่อเสร็จ ผมก็มีกิจกรรมให้เด็กๆเดาขนาดโลก ขนาดดวงอาทิตย์ ระยะห่างระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงดาวต่างๆ จำนวนดาวในทางช้างเผือก จำนวนดาราจักรที่เราประมาณครับ ให้หัดเข้าใจของใหญ่ๆของเล็กๆโดยเปรียบเทียบเป็นอัตราส่วน คุยกันเรื่องเราเป็นมนุษย์ไฟฟ้าเวลาไฟฟ้าผ่านร่างกายเราเลยกระตุก คุยว่าร่างกายเราประกอบด้วยอะตอมเต้นไปมา และอะตอมในร่างกายเราเกิดขึ้นมาได้เพราะการสังเคราะห์ธาตุด้วยเตานิวเคลียร์ในดาวฤกษ์ และต้องรอให้ดาวฤกษ์ตายแล้วระเบิดมาเป็นดาวรุ่นต่อไปเราถึงจะมีร่างกายอย่างนี้ ได้หัดเดาว่ากลเหรียญควอนตัมทำงานได้อย่างไร ผมไม่ได้ถ่ายวิดีโอมาครับ แต่เหมือนๆกับที่ผมเคยบันทึกไว้ที่นี่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *