Tag Archives: Tanya

เรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วย Online Etymology Dictionary, Google, และ Wiktionary

ตอนผมเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมสอบ SAT เข้ามหาวิทยาลัย อาจารย์สงวน วงศ์สุชาติ สอนให้จำคำศัพท์เป็นกลุ่มๆ โดยแต่ละกลุ่มมีรากศัพท์เดียวกัน แล้วจะจำได้เยอะ และเดาคำที่ไม่เคยรู้มาก่อนได้บ้าง

วันนี้พบเว็บนี้ครับ: Online Etymology Dictionary เป็นเว็บให้เราใส่คำศัพท์ภาษาอังกฤษเข้าไปแล้วเว็บจะบอกว่ารากศัพท์มีอะไรบ้าง ถ้าใครต้องการรู้ภาษาอังกฤษมากขึ้น หรือจะเอาไปสอนเด็กๆน่าจะมีประโยชน์
คำแรกที่ผมลองใส่เข้าไปคือ vasectomy (= ทำหมันชาย ซึ่งคนรอบข้างผมคงทราบว่าทำไมคำนี้ถึงอยู่ในหัวตลอด 5 5 5) ปรากฏว่าได้คำตอบมาดังนี้: 1897, from Mod.L. vas (deferens) + Eng. -ectomy “a cutting.” ซึ่งแปลว่าคำนี้น่าจะใช้ครั้งแรกเมื่อปี 1897, มีรากจากสองคำ คือ คำลาตินสมัยใหม่ vas deferens = ท่ออสุจิ และ -ectomy = ตัด รวมเป็น “ตัดท่อ”
คราวนี้ถ้าเราจะจำเป็นกลุ่มๆเราก็ลองหา *ectomy ใน Google หรือ Wiktionary แล้วเราก็จะเห็นคำเหล่านี้ (เป็นต้น):
tonsillectomy = tonsil + -ectomy = ผ่าตัดทอนซิล
mastectomy = mastos + -ectomy = หน้าอกหญิง + ตัด = ตัดเต้านมทั้งเต้าออก (เนื่องจากมะเร็งเต้านม)
lumpectomy = lump + -ectomy = ก้อน + ตัด = ตัดก้อนซิสต์ออกจากเต้านม
nephrectomy = nephros + -ectomy = ไต + ตัด = ผ่าเอาไตออก
hysterectomy = hystera + -ectomy = มดลูก + ตัด = ผ่าเอามดลูกออก
อีกตัวอย่างเรื่อง logy:
biology = bio + logia = ชีวิต + ศึกษา = ชีววิทยา
geology = ge + logia = โลก/พื้นดิน + ศึกษา = ธรณีวิทยา
genealogy = genea + logia = สายพันธ์ + ศึกษา = การลำดับญาติ
theology = theos + logia = พระเจ้า/เทวดา + ศึกษา = เทวศึกษา
cardiology = cardia + logia = หัวใจ + ศีกษา = สาขาทางการแพทย์เรื่องหัวใจ
ichthyology = ichtyos + logia = ปลา + ศึกษา = มีนวิทยา = สัตวศาสตร์แขนงที่ว่าด้วยปลา
horology = horos + logia = ชั่วโมง + ศึกษา = วิชาสร้างนาฬิกา และเครื่องวัดเวลา
neurology = neuro + logia = เส้นประสาท + ศึกษา = ประสาทวิทยา
ถ้าเรารู้รากศัพท์สักร้อยสองร้อยคำเราจะสามารถเดาความหมายคำที่ไม่เคยเห็นได้ดีพอสมควรครับ ผมเสียดายที่ไม่ค่อยมีความรู้เรื่องคำในบาลี สันสกฤต เพราะน่าจะทำให้เราเข้าใจภาษาไทยขึ้นอีกมาก
ปล.
1. พจนานุกรมที่มีประโยชน์บนเว็บที่ผมใช้ก็มี ลองดูดิคท์ พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน 2542 Wiktionary และ Wikipedia
2. เราน่าจะเรียนภาษาไทยจากรากศัพท์ให้ได้ผลกว่านี้นะครับ ความจริงภาษากรีก ลาติน บาลี สันสกฤต ก็มาจากรากเดียวกันและมีคำคล้ายๆกันมากมาย เช่น:

penta– = ปัญจ- = 5
mors (เช่น mortal, immortal) = มรณะ = ตาย
mater (latin for mother) = มารดา = แม่ (ดังนั้น เวลาเราเห็นชื่อโรงเรียน มาแตร์เดอี ที่เขียนว่า Mater Dei เราก็สามารถเดาได้ว่าแปลว่า mother of god เพราะ dei = พระเจ้า (deity) แล้วเราก็เดาต่อได้ว่าต้องเป็นโรงเรียนที่ก่อตั้งโดยคริสเตียนนิกายแคธอลิค เพราะนิกายอื่นไม่ยกย่องแม่ของพระเยซู (พระแม่มารี) เท่ากับนิกายแคธอลิค
3. ถ้าใครจะนำข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับรากศัพท์ และคำแปล มาทำเป็นโปรแกรมหรือเว็บเพจในการเรียนรู้ช่วยบอกด้วยนะครับ ผมจะได้ไม่ต้องทำเองให้ลูกผมและลูกเพื่อน+เพื่อนลูกใช้เรียนรู้

Things to Teach My Children (Version 1.0)

Things to Teach My Children (version 1.0: Feb 24, 2006)

Foundations:

  1. Don’t believe anything easily. Use evidences & reasoning. อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ
  2. Empathize with other people. Be kind to others. เอาใจเขา มาใส่ใจเรา
  3. Don’t take advantage of people. อย่าเอาเปรียบผู้อื่น
  4. Remember that life is short. Try to make it a good one. ดำรงชีวิตให้มีประโยชน์ต่อเพื่อนร่วมโลก ชีวิตมีชีวิตเดียว ใช้ชีวิตแบบที่เราสามารถภูมิใจได้เมื่อเราตาย
  5. Learn about mathematics & sciences. เรียนรู้หลักการทางคณิตศาสตร์ มันเป็นภาษาของจักรวาลที่เราอยู่ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ เพื่อรู้ว่ากฎเกณฑ์ธรรมชาติเป็นอย่างไร
  6. Learn about history. เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ให้ทราบถึงธรรมชาติของมนุษย์
  7. Learn English. รู้จักใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาอื่นๆที่จำเป็นในอนาคต
  8. Pick at least one sport to enjoy. Pick at least one musical instrument to enjoy. หัดเล่นกีฬาและดนตรีที่เราชอบ แม้ว่าเราจะไม่เก่งจนไปแข่งกับใครได้ แต่เราจะมีความสุข และสุขภาพดีพอควร
  9. Be brave when you have to. จงกล้าหาญที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่าเราจะกลัวก็ตาม ความกล้าหาญไม่ใช่การไม่กลัวอะไร แต่คือการที่เลือกจะทำสิ่งที่ถูกแม้ว่าจะมีผลกระทบที่ไม่ดีต่อตัวเรา
  10. Practice Buddhism, not necessarily as a religion, but at least as the mind’s user manual. ศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้า แม้ไม่ยึดเป็นศาสนา ก็เพื่อให้เราใช้สมองและจิตอย่างมีสติ

Good books for them to read:

  1. The Feynman’s Lecture on Physics Vol. 1, 2, and 3 by Richard P. Feynman
  2. The Blind Watchmaker by Richard Dawkins
  3. The Evolution of Cooperation by Robert Axelrod
  4. The Red Queen by Matt Ridley
  5. Buddhadasa’s Books หนังสือของท่านพุทธทาส (และ http://www.buddhadasa.org/)

Skills to have:

  1. Know how to learn. Be a self-learner. จงเรียนรู้ด้วยตนเองได้
  2. Know how to tell computers to do your tasks. จงสามารถบอกให้คอมพิวเตอร์ทำงานต่างๆให้เราได้
  3. Know when to discount expert opinions. จงกล้าที่จะไม่เชื่อผู้เชี่ยวชาญเมื่อเรามีข้อมูลและเหตุผลที่บอกว่าเขาผิด
  4. Know how to gauge people. Respect people, not because of their ranks or wealth, but because of their honorable lives. นับถือคนดี เกียรติของคนไม่ได้อยู่ที่ยศตำแหน่งหรือทรัพย์สิน เกียรติอยู่ที่จิตใจที่งดงาม และสิ่งดีๆที่เขาทำให้สังคมและโลก
  5. Know how to defend yourself. รู้จักเทคนิคการป้องกันตนเอง จากภัยต่างๆ